Pumpkin Seed Oil 1000 mg / 100 Softgels ( Puritan ‘s Pride )

ราคา 690 บาท

Pumpkin Seed Oil 1000 mg / 100 Softgels ( Puritan 's Pride )รักษา เรื่องวัยทองของคุณผู้หญิงงที่อารมณ์แปรปรวน ร้อนวูบวาบ ปวดศีรษะ และปวดตามข้อในผู้หญิงได้ดี สำหรับคุณผู้ชายเมล้ดฟักทองช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เนื่องจาก เมล็ดฟักทองจะให้ธาตุสังกะสี (Zn) ในปริมาณสูง และกรดไขมันจำเป็นชนิด โอเมกา-6 (Essential Fatty Acid Omega-6) ซึงจะช่วยลดพยาธิสภาพที่เกิดกับต่อมลูกหมากได้ โดยเฉพาะการให้ร่วมกับ สมุนไพรอย่าง Saw palmetto หรือร่วมกับการรับประทานสารแอนตี้ออกซิแดนซ์อย่างไลโคปีนก็ให้ผลดีเช่นกัน อีกคุณสมบัติทางการแพทย์คือเรื่อง ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบ พบว่าประสิทธิภาพพอๆ กับยาต้านการอักเสบ อินโดเมธาซิน (Indomethacin) ที่ใช้บรรเทาอาการเจ็บปวดบวมจากภาวะอักเสบของข้อ เช่น ไขข้อกระดูกอักเสบ (osteoarthritis), โรคข้ออักเสบ (Arthritis) โดยปราศจากผลข้างเคียงใดๆ ในสหรัฐถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ระดับ 5 ดาวสำหรับสุขภาพผู้สูงวัยอย่างแท้จริง นอกจากนี้ น้ำมันเมล็ดฟักทอง นิยมใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ค่อนข้างสูง เนื่องจาก เป็นน้ำมันที่มีประโยชน์อย่างมากในการบำรุงเซลล์ผิว เป็นน้ำมันที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวได้ดีมาก มีส่วนประกอบของวิตามินต่างๆสูง ทั้งวิตามินA,C,D,E และมีเบต้าเเคโรทีน ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวและช่วยเสริมเซลล์ผิวให้แข็งแรง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นได้ดีเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีผิวแห้งหรือผิวที่ต้องได้รับการบำรุงอย่างมาก สามารถใช้ได้ผู้ที่เป็นโรคผิวหนัง eczema และโรคสะเก็ดเงิน (psoriasis)

เรามาทำความรู้จักกับ น้ำมันเมล็ดฟักทอง (Pumpkin seed oil)

น้ำมัน เมล็ดฟักทอง (Pumpkin seed oil) เป็นผลผลิตจากธรรมชาติที่ได้จากเมล็ดฟักทองอุดมไปด้วยเบต้า-แคโรทีน (β-Carotenes), วิตามินอี (Vitamin E), วิตามินบี (Vitamin B), ลูทีน (Lutein) และแร่ธาตุต่าง ๆ อีกทั้งประกอบด้วยกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว และยังพบสารสำคัญอื่นๆ ที่มีประโยชน์อีกหลายชนิด เช่น

กรดโอลิอิก หรือที่รู้จักกันในชื่อกรดไขมันโอเมก้า-9 (Essential Fatty Acid Omega-6) มีการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์หลายชิ้นให้ข้อสรุปเช่นเดียวกันว่า โอเมก้า-9 เป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของหัวใจ ต้านการอักเสบที่เกิดขึ้นในร่างกาย รักษาระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง บรรเทาอาการข้อกระดูกอักเสบ และรักษาอาการลำไส้ใหญ่ทำงานผิดปกติ การทำงานจะได้ผลดียิ่งขึ้นเมื่อทำงานร่วมกับกรดไขมันโอเมก้า-3 (น้ำมันปลาจากทะเลน้ำเย็น เช่นน้ำมันปลาแซลมอน) แม้น้ำมันจากเมล็ดฟักทองไม่มีผลทางยาโดยตรง แต่การที่มีกรดโอลิอิกอยู่ในปริมาณค่อนข้างมากกว่าเมล็ดพืชบางชนิด จึงมีส่วนเป็นตัวช่วยในการรักษาโรคต่างๆ เช่น ต่อมลูกหมากโตเมื่อนำไปใช้ร่วมกับสมุนไพรซอว์พาลเมตโต หรือพิเจียม

Pumpkin Seed Oil 1000 mg / 100 Softgels ( Puritan 's Pride )เบ ต้า-ซิโตสเตอรอล (Beta-sitosterol) เป็นสเตอรอลที่พบในพืชหลายชนิดมีคุณสมบัติสกัดกั้นการดูดซึมคอเลสเตอรอลใน ร่างกาย ช่วยลดปัญหาคอเลสเตอรอลในเลือด และยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านการอักเสบ น้ำมันเมล็ดฟักทองมีสเตอรอลชนิดเบต้า-ซิโตสเตอรอล เป็นส่วนประกอบแม้มีอยู่ในปริมาณไม่มากนัก แต่ด้วยคุณสมบัติเฉพาะของสเตอรอลชนิดนี้รวมเข้ากับกรดไขมันที่มีอยู่ทำให้ เป็นประโยชน์แก่สุขภาพของหัวใจ หลอดเลือด และต่อมลูกหมาก ทั้งยั้งช่วยให้ปัสสาวะถูกขับออกได้ง่ายขึ้น

กรดอะมิโนคูเคอร์บิทิน (Cucurbitin amino acid) นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ากรดอะมิโนชนิดนี้เป็นสารสำคัญที่ใช้ในการถ่ายพยาธิใน ลำไส้ที่พบแต่ในเมล็ดพืชเท่านั้น และมีความปลอดภัยสูง แม้เด็กหรือสตรีมีครรภ์ก็สามารถรับประทานได้ ความเข้มข้นของกรดอะมิโนในเมล็ดฟักทองจะมีความแตกต่างกันไปตามชนิดและสาย พันธุ์ของฟักทอง

กรดปาล์มิติก (Palmitic) เป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่มีส่วนสำคัญในการสื่อสารและทำงานร่วมกันของเซลล์ ถ้าร่างกายมีกรดไขมันชนิดนี้ไม่เพียงพอ อาจทำให้เซลล์มีการทำงานที่ผิดพลาดก่อให้เกิดความเสียหายได้

น้ำมัน เมล็ดฟักทองอุดมไปด้วยวิตามินอี เมื่อทำงานร่วมกันกับ ซีลีเนียม (Selenium) จะมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาและบรรเทาปวดเข่า โดยมีความจำเป็นสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยหมดประจำเดือนได้ดี ไม่เพียงเท่านั้นยังมีประโยชน์ในผู้ชายอีกด้วย เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์พบว่าครึ่งหนึ่งของซีลีเนียมที่มีอยู่ในร่างกายจะพบ ได้ที่อัณฑะและท่อนำน้ำเชื้อ จะมีฤทธิ์ป้องกันมะเร็ง

คุณประโยชน์ของน้ำมันเมล็ดฟักทอง

รักษา อาการลำไส้ใหญ่ทำงานผิดปกติ น้ำมันเมล็ดฟักทอง ใช้การรักษาอาการ IBS (Irritable Bowel Syndrome) ซึ่งเป็นอาการของลำไส้ใหญ่ทำงานผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ จากการศึกษา พบว่าการรับประทานเมล็ดฟักทองช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง และรักษาระดับคอเลสเตอรอล แพทย์พื้นบ้านประเทศเยอรมันใช้น้ำมันเมล็ดฟักทองในการขับพยาธิลำไส้ มีส่วนช่วยในการรักษาอาการต่อมลูกหมากโต และทำงานได้ดียิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับสมุนไพรซอร์พาลเมตโต หรือพิเจียม

ช่วย ยับยั้งปัญหาของต่อมลูกหมาก จากการศึกษาชี้ว่า การรับประทานน้ำมันเมล็ดฟักทอง (Pumpkin Seed Oil) วันละ 1,000-2,000 มก. ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เนื่องจาก เมล็ดฟักทองจะให้ธาตุสังกะสี (Zn) ในปริมาณสูง และกรดไขมันจำเป็นชนิด โอเมกา-6 (Essential Fatty Acid Omega-6) ซึงจะช่วยลดพยาธิสภาพที่เกิดกับต่อมลูกหมากได้

บรรเทาอาการวัยทองในผู้หญิง น้ำมันเมล็ดฟักทอง สามารถบรรเทาอาการวัยทอง เช่น อาการร้อนวูบวาบ ปวดศีรษะ และปวดตามข้อในผู้หญิงได้

ต้าน การอักเสบ จากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า น้ำมันเมล็ดฟักทอง ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพพอๆ กับยาต้านการอักเสบ อินโดเมธาซิน (Indomethacin) ที่ใช้บรรเทาอาการเจ็บปวดบวมจากภาวะอักเสบของข้อ เช่น ไขข้อกระดูกอักเสบ (osteoarthritis), โรคข้ออักเสบ (Arthritis) โดยปราศจากผลข้างเคียงใดๆ

การ วิจัยเกี่ยวกับน้ำมันเมล็ดฟักทอง ประเทศจาไมกา ทำการศึกษาสตรี ที่เลยวัยทองไปแล้วทั้งคนที่เป็นไปโดยธรรมชาติ หรือคนได้รับการผ่าตัดเอามดลูกรังไข่ออกจำนวน 35 คน แบ่งให้กลุ่มหนึ่งรับประทานน้ำมันจมูกข้าวสาลีและอีกกลุ่มหนึ่งรับประทาน น้ำมันเมล็ดฟักทองวันละ 2,000 มิลลิกรัมต่อวันติดต่อกัน 12 สัปดาห์เหมือนๆกัน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มรับประทานน้ำมันเมล็ดฟักทองมีการเพิ่มระดับโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL), ช่วยให้ระดับความดันตัวล่าง (diastolic) ลดลง, และลดอาการของวัยทองเช่น อาการร้อนวูบวาบ, ปวดศีรษะและปวดตามข้อลงได้ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่ใช้น้ำมันจมูกข้าวสาลีอาการทุกอย่างเลวร้ายขึ้น

ใน ประเทศเกาหลี ทำการศึกษาผู้ชายที่มีอาการต่อมลูกหมากโตจำนวน 47 คนอายุเฉลี่ย 53.5 ปีมีค่า International Prostate symptom score มากกว่า 8 โดยใช้ระยะเวลาศึกษากว่า 12 เดือน แบ่งอาสาสมัครเป็นสี่กลุ่ม กลุ่ม A ให้รับประทานยาหลอกที่ทำจากแป้งมัน 320 มิลลิกรัม กลุ่ม B รับประทานน้ำมันเมล็ดฟักทองวันละ 320 มิลลิกรัม กลุ่ม C รับประทานน้ำมันสมุนไพรซอร์พาล์เมทโท(Saw Palmetto)วันละ 320 มิลลิกรัม และกลุ่ม D รับประทานน้ำมันเมล็ดฟักทองผสมกับน้ำมันสมุนไพรซอร์พาล์เมทโท วันละ 320 มิลลิกรัม ผลการศึกษาพบว่ากลุ่ม B,C,D มีอาการและคุณภาพชีวิตดีขึ้น เฉพาะกลุ่ม D มีค่า PSA ลดลง แต่ปริมาตรของต่อมลูกหมากไม่เล็กลงในทุกกลุ่ม กลุ่ม B และ C มีอัตราขับปัสสาวะออกได้สูงที่สุด ซึ่งอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรับประทานน้ำมันเมล็ดฟักทองต่อไป อาการที่ดีขึ้นสังเกตได้ทางสถิติเมื่อกลุ่ม B ได้รับการรักษาไปแล้ว 6 เดือนและกลุ่ม C หลังการรักษา 12 เดือน

Pumpkin Seed Oil 1000 mg / 100 Softgels ( Puritan 's Pride )ผล การทดลองสรุปว่า น้ำมันเมล็ดฟักทอง (Pumpkin seed oil ) และน้ำมันสมุนไพรซอร์พาล์เมทโท (Saw Palmetto) มีความปลอดภัย และเป็นทางเลือกที่ได้ผลในการรักษาอาการต่อมลูกหมากโตแทนการใช้ยา

นอก จากนี้ น้ำมันเมล็ดฟักทอง นิยมใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ค่อนข้างสูง เนื่องจาก เป็นน้ำมันที่มีประโยชน์อย่างมากในการบำรุงเซลล์ผิว เป็นน้ำมันที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวได้ดีมาก มีส่วนประกอบของวิตามินต่างๆสูง ทั้งวิตามินA,C,D,E และมีเบต้าเเคโรทีน ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวและช่วยเสริมเซลล์ผิวให้แข็งแรง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นได้ดีเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีผิวแห้งหรือผิวที่ต้องได้รับการบำรุงอย่างมาก สามารถใช้ได้ผู้ที่เป็นโรคผิวหนัง eczema และโรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) เเละเหมาะมากสำหรับการทำเป็นน้ำมันนวดที่ใช้ในสปา หรือทำเป็นน้ำมันนวดผิวอโรมา เพราะเนื้อน้ำมันลื่น นุ่ม ดูดซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เเละซึมเข้าสู่ผิวได้ดี หลังการนวดหรือการบำรุงผิวด้วยน้ำมันเมล็ดฟักทองจะรู้สึกได้ว่าผิวนุ่มและ ชุ่มชื่นขึ้นอุดมด้วย โอเมกา-3 และโอเมกา-6 ที่สามารถต้านอนุมูลอิสระได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

มูลนิธิหมอชาวบ้าน, https://www.doctor.or.th/article/detail/1207
http://www.bode.co.th/knowledge/pumpkinSeed-oil
http://www.pumpkinseed.net.au/oilhealthbenefits
http://articles.mercola.com/sites/articles/archive/2013/09/30/pumpkin-seed-benefits.aspx

 

ภัทร ID Line : budhra / โทร 088-1947515