Neocell Biotin Burst with Acai Berry 30 soft chew

Neocell Biotin Burst with Acai Berry 30 soft chew

Neocell Biotin Burst with Acai Berry 30 soft chew

ราคา 890 บาท

บำรุงดูแลเส้นผมและเล็บอย่างธรรมชาติด้วยผสมสูตรพิเศษ จากไบโอตินและสารสกัดต้านอนุมูลอิสระจากผล Acai berry ลดปัญหาการหลุดร่วง ขาดเปราะ ไร้น้ำหนัก ผมแตกปลายเสียจากการใช้สารเคมีต่างๆ หรือเจอสภาพแวดล้อมที่ทำลายเซลล์เส้นผมอย่างต่อเนื่อง เล็บเปราะบางฉีกขาดง่าย สามารถทานร่วมกับผลิตภัณฑ์ Neocell อย่าง Collagen beauty builder หรือ keratin Volumizer จะให้ผลการดูแล เส้นผม เล็บ และผิวดียิ่งขึ้น

ไบไอติน (Biotin) หรือวิตามิน H เป็นวิตามินที่ละลายน้ำ และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับวิตามิน บี (Vitamin B) มีสูตรทั่วไป C10H16O3N2Sผลึกของไบโอตินเป็นรูปเข็มยาว ในธรรมชาติมักเกิดรวมอยู่กับกรดอะมิโนไลซีน(lysine) ไบโอตินเป็นสารจำเป็นในการเติบโตของยีสต์และจุลลินทรีย์หลายชนิด ในปี ค.ศ. 1936 นักวิทยาศาสตร์ชาวดัทช์ได้คิดแยกไบโอตินออกจากอาหาร และต่อมาได้มีผู้วิเคราะห์หาสูตรโครงสร้างและสังเคราะห์ไบโอตินได้สำเร็จในปี ค.ศ. 1943

แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ของเราที่เรียกว่า นอร์มอลฟอร์ร่า (Normal Flora) ซึ่งเป็น probiotic จะสามารถสร้างวิตามินไบโอติน เพื่อใช้ประโยชน์ในร่างกายของเราได้ รวมถึงในอาหารที่รับประทานมักจะมี ไบโอตินเพียงพอ ปกติจึงไม่ค่อยพบปัญหาการขาดไบโอตินในคน แต่ในสภาพความเป็นจริงแล้วในหลายภาวะเช่นในผู้ที่รับประทานยาในกลุ่มยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียอยู่เป็นประจำ มักจะพบว่ายาฆ่าเชื้อดังกล่าวจะไปทำลาย นอร์มอลฟอร์ร่า ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ด้วยเสมอ และจะส่งผลให้ร่างกายของเราได้รับไบไอตินได้ไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่นิยมรับประทานไข่ดิบ ซึ่งในไข่ดิบนั้นจะมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่ชื่อ โปรตีน อะวิดีน (Avidin) ที่มีคุณสมบัติในการรวมกับไบโอตินในอาหาร หรือลำไส้ เกิดเป็นสารประกอบที่ไม่ละลายน้ำ ทำให้ลดการดูดซึมวิตามินไบโอตินดังกล่าว เข้าสู่ร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายของเราขาดวิตามินไบโอตินได้อีกทางหนึ่งด้วยผลของการขาดวิตามินไบโอติน (The symptom of defficiency)

อาการของผู้ที่ขาดวิตามินไบโอติน (Biotin)

 อาการที่เรามักพบเสมอในผู้ที่มีอาการขาดวิตามินไบโอติน มีดังต่อไปนี้

1. หมดเรี่ยวแรง (Fatigue) และอาจมีอาการของการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ (Muscle Pain)

2. มีอาการคลื่นไส้อาเจียน (Nausea) หรือความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร เช่น เบื่ออาหาร (Loss of Appetite)

3. มีอาการทางระบบประสาท เช่น อาการนอนไม่หลับ (Insomnia) ภาวะซึมเศร้า (Depression) ประสาทหลอน (Hallucination)

4. เกิดความบกพร่องของระบบผิวพรรณ เช่น มีอาการผิวแห้ง (Dry Skin) เป็นผื่นคัน โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา จมูก ปาก และ บริเวณอวัยวะเพศ ผิวคล้ำและเป็นจ้ำ การรับสัมผัสทางผิวพรรณผิดปกติ (Sensitivity to touch) อาการผมร่วง (Hair Loss)

5. ระบบการเผาผลาญไขมันเกิดความบกพร่อง ส่งผลให้ไขมัน โคเลสเตอรอลในเลือดสูง(Increase in cholesterol) และการเผาผลาญไขมันน้อยลงกลไกการทำงานของวิตามินไบโอตินในร่างกาย (Mechanism of Action in our Body)

 

หน้าที่หลักของวิตามิน ไบโอติน (Biotin)

 หน้าที่หลักของวิตามิน ไบโอติน (Biotin) ในร่างกายของเรา คือ การทำหน้าที่เป็นตัวร่วมเร่งปฏิกิริยาทางชีวเคมีหรือที่เราเรียกว่า โคเอ็นไซม์ (Co-enzyme) ในปฏิกิริยาต่างๆ ซึ่ง ได้แก่

1. เป็น โคเอ็นไซม์ (Co-enzyme) ในขบวนการเผาผลาญไขมัน (Fat Metabolism) ช่วยให้ร่างกายสามารถนำไขมันมาใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น และนำไขมันมาสร้างเป็นกรดไขมัน (Fatty Acid) ที่เป็นสารตั้งต้นของสารสำคัญในร่างกายอื่นๆ ได้ดีขึ้น

2. เป็น โคเอ็นไซม์ (Co-enzyme) ในกระบวนการสร้างสาร ไพริมิดีน (Pyrimidine) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่ร่างกายนำไปใช้สร้างกรดนิวคลีอิค (Nucleic Acid) หรือ ดีเอ็นเอ (DNA) และ อาร์เอ็นเอ (RNA) ซึ่งเป็นสารทางพันธุกรรมต่อไป

 จากกลไกการทำงานของไบโอตินทำให้เราทราบว่า ในขบวนการแบ่งเซลล์ หรือเพิ่มจำนวนเซลล์ มีความจำเป็นที่เซลล์ใหม่จะต้องมีสารพันธุกรรม ดีเอ็นเอ (DNA) และอาร์เอ็นเอ (RNA) เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่านั้น จำเป็นที่จะต้องใช้วิตามินไบโอติน ในการสร้างสารตั้งต้นเสมอ ดังนั้นหากขาดวิตามิน ไบโอติน ดังกล่าว ย่อมทำให้ขบวนการในการสร้างเซลล์ใหม่เกิดภาวะบกพร่องได้ ตัวอย่างอวัยวะที่ต้องเซลล์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา คือ เซลล์ผิวพรรณ เส้นผม และเล็บ ยิ่งจะปรากฎภาวะความบกพร่องได้ง่ายและชัดเจนขึ้น เช่น อาจทำให้เกิดภาวะผมร่วง (Hair Loss) ภาวะผิวหนังอักเสบ (Dermatitis) นอกจากนี้ในสตรีมีครรภ์ที่เซลล์ตัวอ่อนทารกมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วก็ต้องการไบโอตินมากขึ้นสำหรับการสร้างสารพันธุกรรมอีกด้วย