L-Carnitine 500 mg / 60 Caplets ( Puritan’s Pride )

L-Carnitine 500 mg / 60 Caplets ( Puritan’s Pride )

ราคา 480 บาท

ช่วยควบคุมน้ำหนัก โดยการลดไขมัน และยังเพิ่มการสังเคราะห์โปรตีน (กล้ามเนื้อ) ทำให้ไขมันแตกตัว แก้ปัญหาหลอดเลือดอุดตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง

แอลคาร์นิทีนL-carnitine

แอล-คาร์นิทีน (L-carnitine) ถูกค้นพบเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียที่ชื่อว่า “Gulewitsch” และ “Krimberg” ทำหน้าที่เป็นสารอาหารเพื่อขนส่งกรดไขมันโมเลกุลยาวเข้าไปในศูนย์กลางของการผลิตพลังงานของเซลล์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “ไมโตครอนเดรีย”

L-Carnitine คืออะไร?

L-Carnitine คือสารที่มีลักษณะคล้ายกรดอะมิโนและวิตามินบี ซึ่งสามารถอยู่ได้ทั้งชนิดของ D- และ L- isomers (Isomers คือ สารประกอบที่มีสูตรโมเลกุลเหมือนกันแต่มีคุณสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์ต่างกัน เนื่องจากตำแหน่งของอะตอมในโมเลกุลต่างกันแต่มีเพียง L-Isomers เท่านั้น ซึ่งเป็น L-Carnitine ที่พบในธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพตามแนวชีววิทยา ในขณะที่ D-form จะไม่มีปฏิกิริยาทางชีววิทยา และเนื่องจากมีผลในทางลบ จึงมีการห้ามจำหน่าย D- Carnitine และ D, L-Carnitine ในสหรัฐอเมริกา

แอล-คาร์นิทีนช่วยเปลี่ยนไขมันในร่างกายให้เป็นพลังงาน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกใช้ในการทำงานของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ร่างกายสามารถผลิตแอล-คาร์นิทีนได้ในตับและไต และเก็บไว้ในกล้ามเนื้อลาย หัวใจ สมอง และสเปิร์ม

งานวิจัยทางการแพทย์ ยืนยันถึงประโยชน์ของการใช้  แอล-คาร์นิทีน L-carnitine ในกรณีผู้ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงจนไม่สามารถตั้งศีรษะให้ตรงได้ ซึ่งหลังจากใช้ แอลคาร์นิทีน ขนาด 2 กรัม/วัน อาการดังกล่าวก็หายไป หรือในหมู่นักกีฬา สามารถเพิ่มแรงสำหรับการออกกำลังกายหนักๆ เช่น วิ่งมาราธอน นอกจากนี้การใช้ L-carnitine ยังช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจดีขึ้น

บทบาทของการลดน้ำหนักและลดไขมันสะสม ดูเหมือนว่า L-carnitine จะเป็นคำตอบที่ดีของคุณๆ ที่ต้องการจะลดน้ำหนักด้วยสารธรรมชาติ มีการทดลองนำเอาเซลล์ไขมัน (Adipose Tissue) ของคนอ้วนมาวิเคราะห์ พบว่าในเนื้อเยื่อดังกล่าวแทบจะไม่มี Carnitine เหลืออยู่เลย กลไกการลำเลียงไขมันเพื่อนำไปใช้ หากถูกขัดขวางด้วยวิธีใดก็ตาม จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันได้ แต่หากให้สารชนิดนี้เพิ่มเข้าไป จะทำให้อัตราการเผาผลาญของไขมันสะสมมากขึ้น

มีงานวิจัยหลายชิ้นสนับสนุนผลการลดไขมันสะสมในคนอ้วน โดยการศึกษาดังกล่าว นักวิจัยได้แบ่งวัยรุ่นที่อ้วนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ให้รับประทาน L-carnitine ขนาด 2 กรัมต่อวัน อีกกลุ่มให้ยาหลอก (Placebo) โดยทั้งสองกลุ่มถูกจำกัดอาหารให้มีแคลอรีเท่าๆ กัน และมีการออกกำลังกายขนาดปานกลางเหมือนกัน หลังจากนั้น 3 เดือน จึงวัดน้ำหนักตัวอีกครั้ง พบว่ากลุ่มที่ได้รับ L-carnitine น้ำหนักตัวลดลงเฉลี่ย 11 ปอนด์ ขณะที่อีกกลุ่มลดลงเฉลี่ยไม่ถึง 2 ปอนด์ ซึ่งปริมาณไขมันในกระแสเลือดก็ลดลงด้วย

อาหารเสริมL-Carnitine แอลคาร์นิทีนช่วยในการเผาผลาญไขมัน

 

L-Carnitine มีหน้าที่กระตุ้นอัตราการเผาผลาญไขมัน ปัจจุบันได้มีการยอมรับอย่างกว้างขวางว่า L-Carnitine มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเมตาบอลิซึมของหัวใจและหลอดเลือด ควบคุมน้ำหนัก เป็นอาหารสำหรับทารก

 

ขนาดรับประทานแอลคาร์นิทีนL-Carnitine ที่เหมาะสม

 

การรับประทานแอลคาร์นิทีนวันละ 200-300 มิลลิกรัม จะช่วยให้กล้ามเนี้อตึงกระชับและมีกำลังวังชา รวมถึงน้ำหนักที่ลดลงด้วย

แอลคาร์นิทีนมีองค์ประกอบอะไรบ้าง?

ตามธรรมชาติร่างกายผลิต แอล คาร์นิทีน ที่จำเป็นต่อสมดุลทางพลังงาน 6 ชนิด

  • กรดอะมิโน 2 ชนิด : แอล ไลซิน และ แอล เมซิโอนีน
  • วิตามิน 3 ชนิด : วิตามินซี วิตามินพีพี และวิตามินบี 6
  • ธาตุเหล็ก

****การผลิตแอล คาร์นิทีน ร่างกายต้องอาศัยองค์ประกอบทั้ง 6 ชนิดนี้ ถ้าขาดตัวใดตัวหนึ่งไปจะสังเคราะห์ไม่ได้

 

ประโยชน์และการประยุกต์ใช้  L-Carnitine

L-Carnitine ช่วยเผาผลาญพลังงานในระบบการไหลเวียนโลหิต ควบคุมน้ำหนัก มีข้อสนับสนุนทางคลินิกจำนวนมากถึงบทบาทสำคัญของ L-Carnitine ที่ช่วยในเรื่องระบบการไหลเวียนโลหิตในกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว ซึ่งมีระดับ L-Carnitine ในเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อหัวใจปริมาณที่ต่ำ (สภาพซึ่งเกิดขึ้นเมื่อแรงบีบหัวใจลดลงจนถึงระดับที่เนื้อเยื่อของร่างกายได้รับเลือดน้อยกว่าปกติ) และได้มีการแนะนำว่าการบำบัดโดย L-Carnitine

L-Carnitine สามารถป้องกันโรคหัวใจจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (การลดอัตราการไหลเวียนโลหิตจะส่งผลให้กลไกการทำงานของหัวใจอ่อนแอลง และสามารถนำไปสู่โรคหัวใจวาย) และสามารถลดความรุนแรงของโรคหัวใจวายได้

L-Carnitine ยังมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีอาการ Angina Pectoris (อาการเจ็บหน้าอก ที่เกี่ยวกับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด)

****จากการศึกษาวิจัยจำนวนมาก ได้มุ่งเน้นถึงประโยชน์ของ L-Carnitine ในแง่ที่เป็นอาหารเสริมเพื่อบำรุงระบบการไหลเวียนโลหิต

 

L-Carnitine ช่วยควบคุมน้ำหนัก โดยการลดไขมันสะสมในโปรตีน (กล้ามเนื้อ) จากการศึกษาวิจัยทางคลินิกพบว่า L-Carnitine มีผลในการลดไขมันที่สะสมในร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม

L-Carnitine จะยิ่งเพิ่มประสิทธิผลในการควบคุมน้ำหนัก เมื่อรับประทานควบคู่กับสารอาหารที่ช่วยในการลดน้ำหนักตัวอื่น เช่น โครเมียมพิโคลิเนต และไฟเบอร์

L-Carnitine ช่วยควบคุมน้ำหนัก โดยเพิ่มอัตราการแตกตัวของกรดไขมัน และเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึม เพื่อเสริมการทำหน้าที่ต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะเพิ่มการสังเคราะห์โปรตีน (กล้ามเนื้อ)

 

L-Carnitine & Infant Nutrition

ไม่ว่าเราจะมีอายุ 9 วันหรือ 90 ปี  ก็จำเป็นต้องได้รับ L-Carnitine ให้เพียงพอ แต่ทารกจะสังเคราะห์ L-Carnitine ได้ต่ำกว่าในรายของผู้ใหญ่ จึงมีการแนะนำให้เติม L-Carnitine ในอาหารสำหรับเด็ก ถึงแม้ว่าในน้ำนมแม่ จะมี L-Carnitine ก็ตาม

สรุปได้ว่า L-Carnitine มีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญไขมันและผลิตพลังงาน รวมทั้งมีประโยชน์ต่อระบบการไหลเวียนโลหิตและควบคุมน้ำหนัก

 

ข้อมูลอาหารเสริมแอลคาร์นิทีนL-Carnitine และประโยชน์ในด้านต่างๆ

อาหารเสริมแอลคาร์นิทีน L-Carnitine เป็นกรดอะมิโนที่มีกลไกการทำงานเกี่ยวข้องกับการนำไขมันเข้าไปเผาผลาญเป็นพลังงานในเซลล์ มีหน้าที่ลำเลียงกรดไขมันที่มีลูกโซ่ยาวเข้าสู่ไมโตดอนเดรีย  ซึ่งภายในเซลล์ของไมโตดอนเดรีย กรดไขมันจะถูกย่อยให้เล็กลง และถูกเผาพลาญเพื่อผลิตเป็นพลังงาน

L-Carnitine จึงเป็นสารอาหารที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก และจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเผาผลาญไขมันและการผลิตพลังงาน โดยจะเพิ่มอัตราการแตกตัวกรดไขมัน และเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึม (อัตราที่ร่างกายเผาผลาญแคลอรี) รวมทั้งช่วยในการเสริมสร้างการสังเคราะห์โปรตีน (กล้ามเนื้อ) ให้ดูกระชับยิ่งขึ้น

  • อาหารเสริมแอลคาร์นิทีนL-Carnitine กับการสร้างกล้ามเนื้อ

L-Carnitine เป็นกรดอะมิโนที่มีกลไกการทำงานเกี่ยวข้องกับการนำไขมันเข้าไปเผาผลาญเป็นพลังงานในเซลล์ แต่จะทำงานได้ดีขณะที่กล้ามเนื้อหรือเซลล์นั้นมีความต้องการใช้พลังงานเช่น ขณะที่เซลล์กล้ามเนื้อออกกำลังกาย การนำไขมันเข้ามาในเซลล์ เซลล์จะเลือกไขมันที่อยู่ใกล้เซลล์มากที่สุดเข้าไปใช้สร้างพลังงานก่อน ขณะที่ออกกำลังกายก็จะดึงเอาไขมันที่เกาะอยู่ดังกล่าวไปใช้ ทำให้มัดกล้ามเนื้อเป็นรอยเด่นชัดขึ้น หรือกล้ามเนื้อชัดขึ้น

  • อาหารเสริมแอลคาร์นิทีนเพื่อสุขภาพL-Carnitine for Health

ช่วยรักษาระบบการไหลเวียนโลหิตให้มีสุขภาพดี ทั้งยังสามารถป้องกันโรคหัวใจจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด พบว่าผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวจะมีระดับ L-Carnitine ในปริมาณที่ต่ำ (สภาพซึ่งเกิดขึ้นเมื่อแรงบีบหัวใจลดลงจนถึงระดับที่เนื้อเยื่อของร่างกายได้รับเลือดน้อยกว่าปกติ)

  • แอลคาร์นิทีนL-Carnitineกับระบบหลอดเลือดและหัวใจ (Cardiovascular Health)

มีรายงานการวิจัยมากมายที่ยืนยันประโยชน์ของแอล-คาร์นิทีน ในกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจพบว่าอัตราการเจ็บหน้าอก (Angina) ลดต่ำลงอย่างชัดเจน (2 กรัม/วัน วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 28 วัน) และอัตราการเสียชีวิตเนื่องจากโรคหัวใจน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับประทานแอล-คาร์นิทีน (4 กรัม/วัน วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 1 ปี) นอกจากนี้ยังพบอีกว่าระดับคลอเรสเตอรอล (Total Cholesterol, LDL) และไตรกลีเซอรไรด์ (Triglycerides) ก็ลดลง (1 กรัม/วัน วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 90 วัน)

 

แอลคาร์นิทีน L-Carnitine กับระบบหลอดเลือดและหัวใจ (Cardiovascular Health)

มีรายงานการวิจัยมากมายที่ยืนยันประโยชน์ของแอล-คาร์นิทีน ในกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจ ว่าอัตราการเจ็บหน้าอก (Angina) ลดต่ำลงอย่างชัดเจน (2 กรัม/วัน วันละ 2ครั้ง เป็นเวลา 28 วัน) และอัตราการเสียชีวิตเนื่องจากโรคหัวใจน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับประทานแอล-คาร์นิทีน (4 กรัม/วัน วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 1 ปี) นอกจากนี้ยังพบอีกว่าระดับคลอเรสเตอรอล (Total Cholesterol, LDL) และไตรกลีเซอรไรด์ (Triglycerides) ก็ลดลงอย่างนัยสำคัญ (1 กรัม/วัน วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 90 วัน)

แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) คืออะไร..?

     แอลคาร์นิทีน(L-Carnitine)  คือ กรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้ และได้รับจากการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์

คนเอเชียจะพบแอล-คาร์นิทีน (L-Carnitine) ในร่างกายน้อยกว่าคนยุโรป เนื่องจากเนื้อสัตว์ที่รับประทานส่วนใหญ่เป็นสีขาว ซึ่งมีปริมาณแอล-คาร์นิทีน น้อยกว่าเนื้อสัตว์ชนิดสีแดง

แอล-คาร์นิทีน ทำหน้าที่นำกรดไขมันเข้าไปเผาผลาญเป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย ดังนั้นถ้าหากร่างกายได้รับ แอล-คาร์นิทีน ไม่เพียงพอ การเผาผลาญพลังงานก็จะลดลง และจะทำให้ไขมันถูกสะสมในร่างกายมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคต่าง ๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ มีอาการปวดเมื่อย อ่อนแรง และที่สำคัญคือโรคอ้วน

การได้รับแอล-คาร์นิทีนเสริมเข้าไป เพื่อให้ร่างกายนำไปเผาผลาญเป็นพลังงาน และเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมในปัจจุบันนี้ แอล-คาร์นิทีนมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น การควบคุมน้ำหนัก ระบบหลอดเลือดและหัวใจ ภาวะผู้มีบุตรยากในเพศชาย การออกกำลังกาย เล่นกีฬา ระบบการเผาผลาญพลังงาน ฯลฯ

กลไกการทำงานของกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีน 

การศึกษาทางการแพทย์พบว่า ร่างกายจะนำเอากรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acids) ที่อยู่ในกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อสร้างเป็นพลังงานสำหรับการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ ซึ่งความสามารถของเซลล์ในการนำเอากรดไขมันอิสระที่อยู่ในกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปเผาผลาญเป็นพลังงานต่อไปนั้น ขึ้นอยู่กับสารประกอบทางเคมีตัวหนึ่งที่มีสูตรโครงสร้างหลักเป็นกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีน โดยสารเคมีเชิงซ้อนดังกล่าวจะอยู่บริเวณเยื่อหุ้มเซลล์ และเยื่อหุ้มไมโตคอนเดรีย(Mitochondria Membrane) และมีหน้าที่ในการนำพาโมเลกุลของไขมันอิสระเข้าสู่เซลล์และเข้าสู่ไมโตคอนเดรีย

บางครั้งจึงเรียกสารประกอบเชิงซ้อนที่มีโมเลกุลของกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีนเป็นโครงสร้างหลักนี้ว่า โปรตีนตัวพา(Carrier Proteins) และพบว่าหากเยื่อหุ้มเซลล์หรือร่างกายมีระดับของกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีนในปริมาณต่ำ ก็จะส่งผลทำให้กระบวนการในการเผาผลาญไขมันในร่างกายด้อยประสิทธิภาพตามไปด้วย และเมื่อกระบวนการดังกล่าวด้อยประสิทธิภาพลงก็ย่อมส่งผลต่อกระบวนการสร้างพลังงาน ทำให้เกิดอาการอ่อนเปลี้ยหมดแรงในรายผู้สูงอายุ

 

แอลคาร์นิทีนกับภาวะผู้มีบุตรยากในเพศชาย (L-Carnitine for Male Fertility)

มีการศึกษาวิจัยการใช้ แอล-คาร์นิทีนในกลุ่มผู้ชายที่มีปัญหาการมีบุตรยากที่มีสาเหตุมาจากเชื้อสืบพันธุ์ในเพศชาย (Sperm) อ่อนแอ (คิดเป็น 1 ใน 3 ของสาเหตุการมีบุตรยากทั้งหมด) พบว่าแอล-คาร์นิทีน ช่วยเพิ่มปริมาณเชื้อสืบพันธุ์ในเพศชาย (Total Sperm Count and Concentration) มากขึ้น และยังเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ของเชื้อสืบพันธุ์เพศชายไปสู่เป้าหมายมากขึ้นด้วย (Sperm Motility) (1-4 กรัม/วัน วันละ 1-2 ครั้ง เป็นเวลา 3-6 เดือน) ทำให้โอกาสในการมีบุตรเพิ่มมากขึ้นด้วย

การผลิตและแหล่งเก็บสะสมแอลคาร์นิทีนในร่างกาย

แอลคาร์นิทีน เป็นกรดอะมิโน 1 ในจำนวน 20 ชนิดที่เป็นโมเลกุลพื้นฐานหรือโมเลกุลที่เล็กที่สุดของสารอาหารจำพวกโปรตีน และแอลคาร์นิทีน ถือเป็นกรดอะมิโนชนิดที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้จากกรดอะมิโนที่เป็นสารตั้งต้น 2 ชนิดคือ กรดอะมิโนแอลไลซีน (L-lysine) และกรดอะมิโนเมไธโอนีน (Methionine) โดยจะต้องมีวิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆ ร่วมในกระบวนการสร้างกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีนดังกล่าวมากมายหลายชนิด เช่น วิตามินซี วิตามินบี 6 หรือ Pyridoxin วิตามินบี 3 หรือ Niacin และธาตุเหล็ก

ถึงแม้ว่าร่างกายจะสามารถสร้างกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีนได้ที่ตับและไต แต่หากร่างกายขาดปัจจัยตั้งแต่สารตั้งต้นและสารอื่นๆ ที่เป็นปัจจัยร่วมในการสร้างดังกล่าวข้างต้น แม้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็อาจจะส่งผลทำให้ร่างกายเกิดภาวะบกพร่องหรือมีปริมาณกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีนไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายได้ ดังนั้นเราก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องรับประทานกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีนจากอาหารโดยเฉพาะจากเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ อย่างสม่ำเสมอด้วย

 

ในร่างกายของคนเราถูกสร้างขึ้นไปใช้ในหน้าที่ต่างๆ หลายอย่าง สามารถพูดในภาพรวมได้ว่า แอล-คาร์นิทีน ช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนกรดไขมันไปเป็นพลังงานนั่นเอง ซึ่งพลังงานที่ได้มานี้ส่วนใหญ่ก็ถูกใช้สำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อทั่วร่างกายเรา

 

แอลคาร์นิทีน ถูกสร้างขึ้นภายในตับและไตและนำไปเก็บไว้ที่กล้ามเนื้อลาย ตัวอย่างเช่น กล้ามเนื้อตามแขนขาของเรา นอกจากนี้ยังถูกลำเลียงไปที่กล้ามเนื้อหัวใจ สมองและสเปิร์ม ช่วยให้สเปิร์มเคลื่อนที่ได้อย่างเหมาะสม เพราะแอล-คาร์นิทีนจะไปเร่งให้ไมโตคอนเดรียเปลี่ยนไขมันเป็นพลังงาน

คนที่รับประทานอาหารมังสะวิรัติอาจจะเกิดการขาดแอล-คาร์นิทีนได้ในบางครั้ง เนื่องจากแอล-คาร์นิทีน พบได้ในเนื้อสัตว์ นมและถั่วหมักหรือในผู้ป่วยบางรายที่มีปัญหาที่เกี่ยวกับการดูดซึมของระบบย่อยอาหาร รวมไปถึงในกรณีที่มีผู้ป่วยขาดแอล-คาร์นิทีน (ซึ่งพบน้อยมาก) ที่อาจเกิดจากความผิดปกติของยีน ตับ ไต หรือกินอาหารที่มีกรดอะมิโนไลซีนและเมไทโอนีนน้อย ก็จะมีอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ เจ็บหน้าอก เจ็บกล้ามเนื้อ แขนขาอ่อนแรง ความดันเลือดต่ำและอาจมีอาการมึนงงสับสนร่วมด้วย เป็นต้น

คาร์นิทีน ที่นำมาใช้นั้นมีหลายลักษณะ เช่นผลิตภัณฑ์บรรจุเม็ดและสารน้ำ เป็นต้น โดยนำมาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมที่ออกมาใช้และรู้จักกันอย่างแพร่หลายนั้นมีอยู่ 3 รูปแบบ

  • รูปแบบ 1  คือ แอล-คาร์นิทีน (LC) เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายและมีราคาถูกที่สุด
  • รูปแบบ 2 คือ แอล-อะซิทิลคาร์นิทีน [L-acetylcarnitine(LAC)] เป็นเพียงรูปแบบเดียวที่นำมาใช้

ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) และโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับความผิดปกติทางสมอง

  • รูปแบบ 3 คือ แอล-โพรพิโอนิลคาร์นิทีน[L-propionylcarnitine(LPC)] ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง

สุดในการรักษาอาการเจ็บหน้าอกและโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและใช้ได้ผลดีกับโรคที่เกี่ยวกับเส้นเลือด

แอลคาร์นิทีนกับการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา (L-Carnitine for Exercise and Recovery)

มีการนำ แอล-คาร์นิทีน มาใช้ในวงการกีฬามากมาย เนื่องจากเพิ่มความทน (Endurance) ในการเล่นกีฬาได้มากขึ้น ทั้งยังมีประสิทธิภาพในการเล่นกีฬาที่มากขึ้นเช่นกัน แอล-คาร์นิทีน ได้ถูกยอมรับทั่วโลกว่าใช้ได้ในกีฬาทุกประเภท โดยไม่ผิดกฏหมาย และไม่จัดเป็นสารกระตุ้นประเภทยาเสพติด (Dope) (2กรัม/วัน วันละ 1 – 2ครั้ง เป็นเวลา 28 วัน)

แอลคาร์นิทีนL-Carnitine กับการควบคุมน้ำหนัก

มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใช้ แอล-คาร์นิทีน ในกลุ่มผู้ที่มีน้ำหนักเกินเพิ่มมากขึ้น และมีรายงานการวิจัยมากมายที่ยืนยันสมมุติฐานที่ว่า แอล-คาร์นิทีน สามารถทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ (รวมทั้งค่า BMI ลดลงด้วย) โดย แอล-คาร์นิทีน จะไปช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีพลังงานเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบด้วยว่า แอล-คาร์นิทีน ยังช่วยลดในเรื่องความอยากอาหารได้อีกด้วย (2กรัม/วัน) วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์)

 

ประโยชน์L-Carnitine

* ช่วยลดน้ำหนัก: การใช้แอล-คาร์นิทีนร่วมกับการควบคุมการรับประทานอาหารประเภทแป้ง และไขมัน จะทำให้น้ำหนักลดลงได้ โดยไม่ก่อให้เกิด  yo-yo effect

* โรคหลอดเลือดหัวใจ: การใช้แอล-คาร์ นิทีนควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบัน ทำให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น และยังช่วยลดโอกาสในการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้อีกด้วย

* โรคปวดขาเป็นระยะเนื่องจากการขาดเลือด: สาเหตุ ของโรคปวดขาเป็นระยะเนื่องจากการขาดเลือด เกิดจากการที่หลอดเลือดแดงมีการอุดตัน ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณขาไม่เพียงพอ มักจะมีอาการแสดงคือ ปวดเกร็ง หรือเป็นตะคริวที่ขาในขณะที่เดินหรือออกกำลังกาย มีการศึกษาพบว่าในผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ การได้รับแอล-คาร์นิทีนเสริมจะทำให้ผู้ป่วยมีความสามารถในการออกกำลังกายได้ นานขึ้น และประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น

* โรคตับอันเกิดจากแอลกอฮอล์: การใช้แอล-คาร์นิทีนจะช่วยลดการสะสมของไขมันในตับ ซึ่งเป็นการป้องกันและฟื้นฟูตับที่ถูกทำลายจากแอลกอฮอล์

* โรคความจำเสื่อมหรืออาการหลงลืม: การใช้แอล-คาร์นิทีนในผู้สูงอายุ จะช่วยชะลอ หรือบรรเทาอาการของโรคความจำเสื่อม หรืออาการหลงลืมได้

* กลุ่มอาการอ่อนแรงเรื้อรังแบบไม่ทราบสาเหตุ (Chronic Fatigue Syndrome): ผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรงเรื้อรังแบบไม่ทราบสาเหตุ เมื่อได้รับแอล-คาร์นิทีนเสริมเป็นระยะเวลานาน 4-8 สัปดาห์ จะช่วยให้มีอาการดีขึ้นได้

* การเป็นหมันในผู้ชาย: การใช้แอล-คาร์นิทีนจะช่วยเพิ่มจำนวนสเปิร์ม และทำให้สเปิร์มเคลื่อนไหวได้ดียิ่งขึ้น

* ระดับไขมันในเลือดสูง: การใช้แอล-คาร์นิทีนจะช่วยลดระดับ cholesterol และ triglyceride ซึ่งเป็นไขมันชนิดที่ไม่ดี และเพิ่ม HDL ซึ่งเป็นไขมันชนิดดี

* ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย: การใช้แอล-คาร์นิทีนจะทำให้มีความทนทานในการออกกำลังกายมากขึ้น