Absorbable Calcium 1200 mg with Vitamin D 1000 IU / 100 Softgels ( Puritan’s Pride )

Absorbable Calcium 1200 mg with Vitamin D 1000 IU / 100 Softgels ( Puritan’s Pride )

ราคา 690 บาท 

อาหารเสริมแคลเซียมในรูปแบบ Softgels เกรดพรีเมี่ยมดูดซึมเร็วภายใน 30 นาที ที่มีส่วนประกอบร่วมของไวตามิน D ช่วยเสริมสร้างบำรุงกระดูก ในผู้ใหญ่ ที่มีปัญหา โรคกระดูกพรุน ผู้สูงอายุที่อยู่แต่ในบ้านซึ่งไม่ได้สัมผัสแสงแดด และใช้ป้องกันหรือรักษาภาวะต่าง ๆ ที่ทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดต่ำ เช่น ผู้มีระดับฮอร์โมนพาราไทรอยด์ต่ำ ช่วยรักษาอาการเกร็งของกล้ามเนื้อในรายผู้ป่วยที่ขาดแคลเซียม ไม่มีส่วนผสมของสารกันบูด สารให้ความหวานน้ำตาล  แป้ง แลกโตส ยีสต์

Absorbable Calcium 1200 mg with Vit D 1000 IU / 100 Softgels ( Puritan ‘s Pride )

วิธีใช้ :   2 เม็ด พร้อมอาหาร วันละครั้ง

Finally, a liquid Calcium supplement in a convenient softgel form! Less than 30 minutes after ingestion, each rapid dissolving softgel releases pre-dissolved liquid Calcium. Plus, each softgel is fortified with Vitamin D. Calcium and Vitamin D help maintain healthy bones in adults.**

Calcium also plays a role in muscle contractions and nerve impulses, while Vitamin D assists in maintaining a healthy immune system.** Adults can take two softgels daily with a meal.  No Artificial Flavor or Sweetener, No Preservatives, No Sugar, No Starch, No Milk, No Lactose, No Gluten, No Wheat, No Yeast, No Fish, Sodium Free.

 

 

Absorbable Calcium 1200 mg with Vitamin D 1000 IU / 100 Softgels ( Puritan ‘s Pride )

Calcium สำคัญอย่างไร???

แคลเซียมเป็นเกลือแร่ที่มีปริมาณมากที่สุดในร่างกาย ร้อยละ 99 ของแคลเซียมอยู่ในกระดูกและฟัน และอีกร้อยละ 1 อยู่ในเลือดและของเหลว แคลเซียมมีความสำคัญต่อความแข็งแรงของกระดูกและฟัน การหดตัวของกล้ามเนื้อ การทำงานของระบบประสาท และการแข็งตัวของเลือด การนำสื่อประสาท กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน ความสมดุลของภาวะกรด-ด่างของร่างกาย เป็นต้น ปกติร่างกายของเราจะไม่สามารถสร้างแคลเซียมขึ้นได้เอง เราจึงได้รับด้วยการกินเข้าไป เพื่อทดแทนแคลเซียมที่ใช้ไปและขับทิ้งออกจากร่างกาย

ในวัยเด็กร่างกายมีความต้องการแคลเซียมเพื่อใช้สร้างความแข็งแกร่่งของกระดูก เตรียมพร้อมไว้สำหรับอนาคต การขาดแคลเซียมในวัยเจริญเติบโตอาจทำให้กระดูกไม่แข็งแรง หรือกระดูกผิดปกติ ถ้าได้รับแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายไม่เพียงพอ หรือรับเข้าน้อยกว่าการใช้ ร่างกายจะไปดึงแคลเซียมที่สะสมอยู่ในกระดูกออกมาใช้งาน ทำให้เนื้อกระดูกบางลง และทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้น

ความต้องการแคลเซียม

แต่ละวันคนไทยต้องการแคลเซียมเพื่อไปชดเชยการสูญเสียประมาณ ๒๗๐ ถึง ๑,๐๐๐ มิลลิกรัม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของร่างกายแต่ละช่วงอายุ

เด็กเล็กอายุ ๖-๑๑ เดือน มีความต้องการแคลเซียมประมาณ ๒๗๐ มิลลิกรัมต่อวัน

เด็กอายุระหว่าง ๑-๓ ขวบ มีความต้องการแคลเซียมประมาณ ๕๐๐ มิลลิกรัมต่อวัน เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะเจริญเติบโตมากขึ้นความต้องการแคลเซียมก็สูงขึ้นด้วย

เด็กที่มีอายุระหว่าง ๔-๘ ขวบ ควรได้รับแคลเซียม ๘๐๐ มิลลิกรัมต่อวัน

พอถึงในช่วงวัยรุ่นที่มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว (๙-๑๘ ปี) มีความต้องการแคลเซียมเพิ่มขึ้นเป็น ๑,๐๐๐ กรัมต่อวัน (เช่นเดียวกันกับหญิงตั้งครรภ์ หญิงที่ให้นมบุตร และผู้สูงอายุที่อายุเกิน ๕๐ ปีขึ้นไป) และจะลดลงเล็กน้อยในผู้ใหญ่ที่ต้องการปริมาณแคลเซียมเพียง ๘๐๐ มิลลิกรัมต่อวัน (อายุ ๑๙-๕๐ ปี)

ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อแคลเซียม
ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อแคลเซียมของร่างกาย ได้แก่ การออกกำลังกาย และวิตามินดี โดยการออกกำลังกายชนิดที่มีการดึงกล้ามเนื้อที่เชื่อมติดกับกระดูก เช่น วิ่ง เดิน เต้นรำ จะทำให้กระดูกแข็งแรงยิ่งขึ้น ส่วนวิตามินดีจะส่งผลต่อการดูดซึม ควบคุม และการสะสมของแคลเชียม ซึ่งในภาวะปกติร่างกายของเราได้รับวิตามินดีจากผิวหนัง ที่ได้รับแสงแดด และประมาณว่าถ้ามีการออกแดดวันละประมาณ ๑๕-๓๐ นาที ร่างกายก็จะได้รับปริมาณวิตามินดี ที่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันแล้ว ในทางตรงกันข้ามกลับพบว่า การได้รับโซเดียมและโปรตีนมากเกินไป แอลกอฮอล์ บุหรี่ และกาเฟอีนในขนาดสูง จะเพิ่มการสูญเสียแคลเซียมของร่างกาย

ผลิตภัณฑ์แคลเซียม

แคลเซียมที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดจะมีหลายรูปแบบทั้งแบบที่เป็นเม็ดฟู่ ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล โดยอยู่ในรูปของเกลือของแคลเซียมชนิดต่างๆ เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต (calcium carbonate) แคลเซียมซิเทรต (calcium citrate) ไตรแคลเซียมฟอสเฟต (tricalcium phosphate) แคลเซียมกลูโคเนต (calcium gluconate) และแคลเซียมแล็กเทต (calcium lactate) เป็นต้น เกลือของแคลเซียมแต่ละชนิดจะให้ปริมาณแคลเซียมแตกต่างกัน ดังนี้

แคลเซียมคาร์บอเนต จะให้แคลเซียมร้อยละ ๔๐

ไตรแคลเซียมฟอสเฟต จะให้แคลเซียมร้อยละ ๓๘

แคลเซียมซิเทรต จะให้แคลเซียมร้อยละ ๒๑

แคลเซียมแล็กเทต จะให้แคลเซียมร้อยละ ๑๓

แคลเซียมกลูโคเนต จะให้แคลเซียมร้อยละ ๙

หมายความว่า ถ้ากินแคลเซียมคาร์บอเนต ๕๐๐ มิลลิกรัม จำนวน ๑ เม็ด ร่างกายของเราจะได้รับแคลเซียมเป็นจำนวน ๒๐๐ มิลลิกรัม (หรือร้อยละ ๔๐ ของ ๕๐๐ มิลลิกรัม) แต่ถ้ากินแคลเซียมกลูโคเนต ๕๐๐ มิลลิกรัม ร่างกายของเราจะได้รับแคลเซียมเพียง ๔.๕ มิลลิกรัม (หรือร้อยละ ๙ ของ ๕๐๐ มิลลิกรัม) เป็นต้น ดังนั้น การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แคลเซียมจึงควรคำนึงถึงเกลือของแคลเซียมว่าเป็นเกลือชนิดใดด้วย เพราะเกลือของแคลเซียมแต่ละชนิดให้แคลเซียมในปริมาณที่แตกต่างกัน

ข้อควรระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์แคลเซียม
๑. การใช้แคลเซียมควรให้กินพร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหารทันที เพราะความเป็นกรดจะช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมให้ดียิ่งขึ้น ยกเว้นแคลเซียมซิเทรตที่ดูดซึมได้ดีในทุกสภาวะ

๒. การให้แคลเซียมแต่ละครั้งไม่ควรให้ผลิตภัณฑ์ ที่มีธาตุแคลเซียมมากกว่า ๕๐๐ มิลลิกรัม เพราะปริมาณนี้เป็นปริมาณที่แคลเซียมถูกดูดซึมได้ดีที่สุด ถ้ามีปริมาณมากกว่านี้ ควรแยกเป็น ๒-๓ มื้อของอาหาร จะถูกดูดซึมได้ดีกว่า

๓. แคลเซียมอาจทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร และทำให้ท้องผูกได้ จึงควรกินพร้อมผัก และผลไม้ที่มีกากใย พร้อมทั้งดื่มน้ำตามมากๆ

๔. ควรหลีกเลี่ยงการกินแคลเซียมร่วมกับยากลุ่มเตตราไซคลีน หรือธาตุเหล็ก เพราะแคลเซียมจะไปรบกวนการดูดซึมยาทั้ง ๒ ชนิดนี้ และแก้ไขด้วยการกินแคลเซียมห่างจากยาทั้ง ๒ ชนิดนี้ ประมาณ ๒ ชั่วโมง

สุดท้ายนี้ คงได้คำตอบแล้วว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังได้รับแคลเซียมจากอาหารไม่เพียงพอ จึงควรเพิ่มเติมแคลเซียมด้วยการเลือกกินอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม เต้าหู้ ปลาตัวเล็ก กุ้งฝอย เป็นต้น หรือเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และไม่ควรกินพร้อมกับยาเตตราไซคลีน

(ที่มา : นิตยสารหมอชาวบ้าน)

คุณอยู่ในกลุ่มเสียงหรือไม่ ????

Absorbable Calcium 1200 mg with Vitamin D 1000 IU / 100 Softgels ( Puritan ‘s Pride )alcium-endoskeletonหากไม่สามารถรับประทานแคลเซียมจากอาหารได้อย่างเพียงพอ การรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ก็นับว่าเป็นตัวช่วยที่ดี แต่สิ่งสำคัญที่ควรทราบในการเลือกผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแคลเซียม คือ แคลเซียมในแต่ละรูปมีการดูดซึมไม่เท่ากัน โดยทั่วไปจะถูกดูดซึมได้ประมาณร้อยละ 30 อย่าลืมสังเกตมองหาฉลากข้างผลิตภัณฑ์ที่บ่งชี้ว่า มีส่วนผสมของวิตามิน D วึ่งจะช่วยมนการดูดซึมของแคลเซียมในทางเดินอาหารให้สูงขึ้น และเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากผลิตภัณฑ์แคลเซียมเสริมอาหาร จึงควรรับประทานแคลเซียมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเวลาที่เหมาะสมเพื่อการดูดซึมที่ดีทีสุด คือ รับประทานพร้อมมื้ออาหารเช้า

Absorbable Calcium 1200 mg with Vitamin D 1000 IU / 100 Softgels ( Puritan ‘s Pride )

ว่าด้วยเรื่องกระดูก…ที่สาว ๆ ควรรู้

 AUTOR:WOMEN’S HEALTH THAILAND

“กระดูก” ถือเป็นอีกอวัยวะที่สำคัญซึ่งประกอบขึ้นเป็นโครงร่างแข็งภายในร่างกาย (endoskeleton) ประกอบด้วยเนื้อเยื่อกระดูกที่มีความแข็งแรงแต่มีน้ำหนักเบา หน้าที่หลักของกระดูกคือการค้ำจุนโครงสร้างของร่างกาย การเคลื่อนไหว รวมไปถึงการสะสมแร่ธาตุและการสร้างเซลล์เม็ดเลือด ฉะนั้นกระดูกก็ควรจะได้รับการดูแลเช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ แต่การได้รับสารอาหาร วิตามิน หรือแร่ธาตุ ที่ไม่เพียงพอและไม่เหมาะสม สาวๆ อาจจะเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน ซึ่งเป็นภัยเงียบใกล้ตัวที่ต้องป้องกันนะคะ และเราจะต้องกินอาหารชนิดไหน ประเภทไหน เพื่อให้กระดูกได้รับการบำรุงดูแล หรือเรียกว่า “กินอาหารอย่างไรให้ได้ประโยชน์” ก็เป็นสาระสำคัญที่Women’s Health อยากจะนำมาแบ่งปันให้ทุกคนได้ทราบ

          ถ้าจะพูดถึงสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อกระดูกแล้วละก็ คงจะได้ยินได้อ่านกันมาพอสมควรว่า แคลเซียม”เป็นแร่ธาตุที่มีมากที่สุดในร่างกาย ซึ่งสำคัญต่อสุขภาพกระดูกและฟันนอกจากนี้ร่างกายยังใช้กระดูกเป็นที่สำรองแคลเซียม รวมไปถึงกลไกลควบคุมสมดุลระหว่างแคลเซียมในกระดูกและในเลือด ถ้าร่างกายได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอก็จะสลายกระดูกเพื่อปล่อยแคลเซียมเข้าสู่กระแสเลือด ถ้าปล่อยให้ร่างกายขาดแคลเซียมเป็นเวลานานๆ กระดูกก็จะบางลง เกิดภาวะเสี่ยงต่อ “โรคกระดูกพรุน” ได้ค่ะ

Absorbable Calcium 1200 mg with Vitamin D 1000 IU / 100 Softgels ( Puritan ‘s Pride )

แต่ทั้งนี้ก็ยังมีอาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียม ซึ่งแหล่งที่ดีที่สุดควรได้รับจากอาหาร เพราะนอกจากแคลเซียมแล้วในอาหารยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น อาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมได้แก่ นมชีสโยเกิร์ตปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งกระดูก และผักใบสีเขียวเข้ม เช่น บร็อคโคลีคะน้ากวางตุ้งถั่วและเมล็ดพืชบางชนิด เช่น อัลมอนด์และงา เป็นต้น แต่ร่างกายก็มีความสามารถดูดซึมแคลเซียมที่กินเข้าไปได้เพียง 30 – 40% เท่านั้น และพฤติกรรมการบริโภคบางอย่างยังส่งผลให้การดูดซึมแคลเซียมลดลงอีก เช่น สาวๆ ออฟฟิศที่ดื่มกาแฟจะดื่มในปริมาณ 3-4 ถ้วยต่อวัน หรือการรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง จะเพิ่มการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ สำหรับคอปาร์ตี้ทั้งหลายการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะช่วยลดการดูดซึมแคลเซียมหรือการรับประทานยาบางชนิดก็มีผลเช่นกันค่ะ การขาดวิตามินดีทำให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง เพราะวิตามินดีเป็นตัวช่วยกระตุ้นการดูดซึมแคลเซียมผ่านทางลำไส้และเร่งการสะสมของแคลเซียมที่กระดูก

Absorbable Calcium 1200 mg with Vitamin D 1000 IU / 100 Softgels ( Puritan ‘s Pride )

“วิตามินดี” ไม่เพียงมีความสำคัญในการช่วยดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่เป็นตัวสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟันเท่านั้น ยังมีหน้าที่ควบคุมระดับแคลเซียมในเลือดกระดูกและลำไส้ นอกจากนี้ยังช่วยให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

สำหรับวิตามินดีเราสามารถรับได้สองทางคือ 1.เมื่อผิวหนังได้รับรังสี Ultraviolet B (UVB) ก็จะกระตุ้นให้ผิวหนังผลิตวิตามินดีขึ้นมาเพราะฉะนั้นการโดนแดดในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ๆ ที่ไม่ร้อนจนเกินไปสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20-30 นาที ก็จะได้รับวิตามินดีที่เพียงพอหรือ 2.ได้รับจากการรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีสูง เช่น น้ำมันตับปลาค็อด ปลาแซลมอน ปลาทูน่า นม ตับ ไข่แดง เนย ชีส ยีสต์ เห็ดบางชนิด หอยนางรม ฯลฯ

“แมกนีซียม” เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ช่วยเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรง รักษาจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ยังช่วยพัฒนากล้ามเนื้อและระบบประสาท ซึ่งหน้าที่หลักของแมกนีเซียมเกี่ยวกับกระบวนการสร้างพลังงาน และระบบเอ็นไซม์ต่างๆ ภายในเซลล์ 98% ของแมกนีเซียมจะอยู่ในกระดูกและกล้ามเนื้อ

ประโยชน์ของแมกนีเซียมนอกจากจำเป็นสำหรับการเติบโตของกระดูกและฟัน ยังจำเป็นต่อการเผาผลาญแคลเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม และโพแทสเซียม ป้องกันไม่ให้แคลเซียมจับตัวอยู่ตามอวัยวะต่างๆ เช่น ไต

แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียม คงหนีไม่พ้นกล้วยถั่วและพืชตระกูลถั่ว สำหรับถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืชควรจะรับประทานในปริมาณปานกลาง เนื่องจากมีไขมันร่วมอยู่ด้วยและมักจะให้พลังงานสูงนะคะ

สุดท้ายไม่ว่า “แคลเซียม”หรือ “วิตามินดี”หรือ “แมกนีซียม” ต่างก็มีหน้าที่และส่วนสำคัญสำหรับกระดูก นอกจากนี้ยังมีสารอาหารอื่นๆที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายด้วย เช่น ทองแดง แมงกานีส สังกะสีและอัลฟัลฟาที่มีไฟโตนิวเทรียนท์อยู่หลายชนิด ซึ่งมีประโยชน์เกื้อกูลกัน ฉะนั้นการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารต่างๆเหล่านี้นอกจากจะช่วยลดภาวะเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนแล้ว ยังส่งผลดีต่อร่างกายในด้านอื่นๆอีกด้วยค่ะ

Absorbable Calcium 1200 mg with Vit D 1000 IU / 100 Softgels ( Puritan ‘s Pride )